Saturday, March 26, 2011

Imapct KPIs : ดัชนีวัดธุรกิจแบบโดน ๆๆๆ


เมื่อวันพฤหัส (24 มี.ค.54) ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยม ลูกค้าที่คุ้นเคย -กลุ่มบริษัทดัชมิลล์  (ตอนหลังปีใหม่ได้ไปบรรยายให้กับ "Delight Agent" เป็นที่ฮือฮามาก เหมือนได้กลับมายังบ้านที่คุ้นเคยแต่เป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในเครือของดัชมิลล์ -เกือบ 10 ปีแล้ว) 

ได้พูดคุยกันในหลายเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนา เอเย่นต์ของดัชมิลล์ (27 ปี ของดัชมิลล์)
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนอยาก หยิบมาพูดเป็นการทั่วไป คือ เรื่องของ KPIs หรือดัชนีวัดผลสำเร็จของธุรกิจดังนี้

1. KPI s ที่ใช้วัดธุรกิจ ต้องเป็น "Impact KPIs" ไม่ใช่ "The KPIs List" 
    มิฉะนั้น จะไม่เห็นความสำเร็จของธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะเป็นการวัด ที่ไม่ใช่"แก่นแท้ของธุรกิจ" 
อาทิ    - การวัดด้านยอดขาย  ว่าทั้งปีเป็นเท่าไหร่ ไม่วัดแต่ไปวัดว่า มี จำนวนพนักงานขาย เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของประชากร  อันนี้ให้นัยที่ไม่บอกความสำเร็จโดยตรง 
          - KPIs ไม่ได้วัดสิ่งที่เป็นผลต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น ไม่ดูค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน แต่ไปดูการเพิ่มของเขตการขาย  ทั้งที่ความจริงจำเป็นที่ต้องดูทั้ง 2 เรื่อง และการทำธุรกิจไม่ดูค่าใช้จ่าย ยิ่งอันตราย

2. การวัด สิ่งที่เป็น " Lag KPIs  VS  Lead KPIs" 
    ผู้เขียนมองในเรื่อง Lead KPIs  เป็นดัชนีนำ หรือการวัดทิศทางหรือสิ่งบอกอนาคต น่าจะทำให้องค์กรเร่งการเติบโตได้ดีกว่าการมอง Lag KPIs  หรือ ดัชนีตาม และยิ่งอยู่ในสถานการณ์ ของการเปลี่ยนแปลงด้านค้าปลีก และการแข่งขันที่สูงของสินค้่าด้านนี้ 

3. สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่องค์กรเดินข้าม 2 ช่วง ของวัฏจักรธุรกิจมาแล้ว คือ การเริ่มต้น  และการขยายตัว เมื่องกำลังเข้าช่วงของการอิ่มตัว หรือ ดารเติบโตเต็มที่
     ธุรกิจต้องการ "นวัตกรรมใหม่"  สิ่งที่ว่านี้คือ  "นวัตกรรมใหม่ของโมเดลธุรกิจ"  กับการ "ส่งต่อหรือ สร้างธายาทธุรกิจ" 

เรื่องราวเหล่านี้น่าสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่บอกว่าธุรกิจจะเดินสู่เส้นทางอนาคตที่ยังอีกยาวไกลได้อย่างไร 


ดร.ดนัย เทียนพุฒ
รางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย ปี 2552 ประเภทนักวิชาการและที่ปรึกษา
กรรมการผู้จัดการ
บจก. ดี เอ็น ที คอนซัลแตนท์
โทร 029301133
email: drdanait@gmail.com
Post a Comment