Wednesday, March 9, 2016

ถึงเวลายกระดับการท่องเที่ยวชุมชน (CBT Upscale) หรือยัง



 

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
ที่ปรึกษาและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081

ท่องเที่ยวชุมชน : การตลาดเพิ่มมูลค่า หรือ ฉกฉวยวิถีชีวิตและสินทรัพย์ชุมชน




                                 (นสพ. inMarketing ฉ.218 วันที่ 1-15 กพ.59 หน้า 10)

               

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
ที่ปรึกษาและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081
     

Monday, March 7, 2016

BIG C: เรือธงฝ่าทะลวงค้าปลีกของกลุ่มทีซีซีแลนด์


             

 ดร.ดนัย เทียนพุฒ
ที่ปรึกษาและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081
     

Tuesday, March 1, 2016

กลยุทธการตลาดเมือง





ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษา
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081

Tuesday, February 2, 2016

กลยุทธวิจัยและพัฒนานำสู่เศรษฐกิจดิจิตอล

                                             


           เรื่องราวของกลยุทธมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา แต่การประยุกต์ใช้เป็นอีกความสามารถหนึ่งขององค์กร
           ผู้เขียน เสนอมุมมองของ กลยุทธการวิจัยและพัฒนาในการทำให้นำไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอล ได้อย่างไร
           อ่านและโหลดได้เลยครับ




ดร.ดนัย เทียนพุฒ 
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
 รางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย ปี 2552  ประเภทนักวิชาการและที่ปรึกษา
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
www.drdanai.blogspot.com
www.facebook.com/Strategy.th
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
         Line ID: thailand081       

Tuesday, December 15, 2015

ความท้าทายใหม่ในการจัดทำกลยุทธ ปี 2559


          ต้อนรับปีใหม่ 2559  ด้วยความท้าทายใหม่ในการจัดทำกลยุทธ อ่านหรือ โหลดได้ครับ
                                           


ดร.ดนัย เทียนพุฒ 
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
 รางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย ปี 2552  ประเภทนักวิชาการและที่ปรึกษา
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
www.drdanai.blogspot.com
www.facebook.com/Strategy.th
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
         Line ID: thailand081       

Friday, May 22, 2015

ยกเครื่ององค์กรปรับทิศทางธุรกิจใหม่

          การปรับเปลี่ยนองค์กรเป็นเรื่องหนึ่งที่ทันสมัยสำหรับทุกองค์กรธุรกิจ  ผู้เขียนได้อัพเดทและปรับใหม่ลองอ่านดูครับ




ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
         Line ID: thailand081       




Wednesday, April 1, 2015

การวางแผนงานด้วย PDCA



ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081

Tuesday, February 10, 2015

การหยั่งเห็นเชิงกลยุทธ




                       



ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081

Thursday, January 22, 2015

บทเรียนอนาคตจากธุรกิจ 2020



เริ่มปีใหม่เรามาเรียนรู้ ธุรกิจ อนาคต จากของจริงกันดีกว่าครับ





ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081

Tuesday, January 13, 2015

ก้าวจากตลาดอีเวนต์สู่ตลาดจุดหมายปลายทาง


                   อีเวนต์ หรือ Event ภาษาไทยใช้คำว่า “กิจกรรม”  การตลาดกิจกรรม (Event Marketing)  ถ้าใช้ทับศัพท์อาจจะฟังดูดีกว่าการตลาดอีเวนต์
ในระหว่างที่ผู้เขียนได้เดินถนนคนเดินหน้าวัดหัวเวียงใต้ จ.น่านและเปรียบเทียบกับถนนคนเดินเชียงใหม่  มีความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
                    ถนนคนเดินหน้าวัดหัวเวียงใต้ จ.น่าน  แม้ว่าที่ตั้งและภูมิทัศน์จะเป็นถิ่นย่านการค้าเก่าของ อ.เมือง จ.น่านก็ตาม  แต่รูปแบบยังคงเป็นเพียง “ตลาดนัด (Bazaar)” ขายของกินหรือสินค้าอุปโภค-บริโภคจากร้านค้า 2 ฝั่งถนนกับเปิดพื้นที่ให้เช่าขายสินค้าแบบเดียวกัน แทบจะไม่มีศิลปะ วัฒนธรรมอะไรมาแสดงให้ปรากฏ ยกเว้นการมีพื้นที่นั่งทานอาหารเย็นแบบพื้นเมืองซึ่งเรียกว่า ขันโตก กับการแสดงร้องเพลงถัดไปตรงทางเข้าตลาดติดกับวัดหัวเวียงใต้




                   ลักษณะของถนนคนเดินหน้าวัดหัวเวียงใต้ อาจเรียกได้ว่าเป็น “Special Event” หรืออย่างดีที่สุดคงเป็น “Hallmark Event” ของ จ.น่านได้
                   ถนนคนเดินเชียงใหม่โดยเฉพาะถนนคนเดินท่าแพ ไปจนถึงถนนราชดำเนิน 
                   ในวันอาทิตย์ตอนเย็นเวลา 17.00-20.00 น. มีความหลากหลายกว่าคือมีทั้งการแสดง ศิลปวัฒนธรรม การขายของพื้นบ้าน อาหารการกินไม่ต้องพูดถึง  ขณะเดียวกันบริเวณย่านที่จัดถนนคนเดินมีวัดและมรดกทางวัฒนธรรมเข้ามาเดินเรื่องราวอยู่ด้วย
                    มีความได้เปรียบซึ่งเป็นสถานที่ เช่น  วัดพระสิงห์ ซึ่งคนต่างชาตินิยมมาดูจิตกรรมฝาผนังและประตูไม้แกะสลัก
                    ถนนคนเดินเชียงใหม่มีความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร  ลักษณะนี้เรียกได้ว่า “เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว (Tourist Destination)”

            พัฒนาการตลาดเข้าไปใน ตลาดนัดถนนคนเดิน (Walking Street Market) ด้วยแนวคิดของการตลาดอีเวนต์
                   
                    การทำตลาดอีเวนต์หรือกิจกรรม  เป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับการสื่อสาร  ทำให้มีผลต่อการพัฒนา “วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธอีเวนต์”  ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการภายในสำหรับ   แผนเชิงกลยุทธการตลาด
                    ดังนั้น “พื้นที่ของการตลาด” จึงเป็นหัวใจของแนวคิดในการปรับสภาพแวดล้อมที่โดดเด่นของการสร้างกิจกรรมการตลาด  ซึ่งไม่เหมือนกับการสร้างรูปแบบการสื่อสารการตลาดวิธีอื่นๆ
                     การทำตลาดอีเวนต์ เรื่องพื้นที่ของการตลาด จะมีคุณค่ามาก ดังรูปที่ 1 


มีโอกาสเปิดขึ้นสำหรับนักการตลาด ซึ่งมีทั้งศักยภาพที่สูงและความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน     โมเดลหลักสำหรับพื้นที่ของการตลาดได้สร้างให้มีประสบการณ์ภายในเกิดขึ้นทั้งด้านเวลาและพื้นที่ของกิจกรรม
                  ดังนั้นในวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธอีเวนต์  ต้องคำนึงถึงกรอบแนวคิด ซึ่งออกแบบไว้ในช่วงตลอดวัฏจักรของการทำตลาดอีเวนต์ โอกาส และความท้าทาย
                  สรุปแล้ววัตถุประสงค์ของการทำตลาดอีเวนต์ เช่น
                  - ยอดขาย
                  - การสื่อสารและพัฒนาแบรนด์
                  - สื่อและคำพูดปากต่อปาก
                  - ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง (ลูกค้าที่มีอยู่และหุ้นส่วนในแนวกว้าง)
                  - ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ด้านลูกค้าและตลาด (ขนาดเล็ก/ใหญ่)

                   แพลตฟอร์มของการทำตลาดอีเวนต์ เพื่อให้นักการตลาดตัดสินใจเลือก เช่น
                    * นิทรรศการ         * การสัมมนา (กิจกรรมการเรียนรู้)
                    * การนำเสนอผลิตภัณฑ์ * สปอนเซอร์
                    * กิจกรรมการกุศล         * โรดโชว์/เทรดโชว์
                    * พิธีมอบรางวัล
                   ก่อนที่จะส่งมอบกิจกรรมหรืออีเวนต์ให้ผู้เข้ามาร่วมงาน

               
           การปรับตลาดถนนคนเดินให้เป็นตลาดจุดหมายปลายทางของประเทศ

                   ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น  ถนนคนเดินเชียงใหม่โดยเฉพาะถนนคนเดินท่าแพถึง ถ.ราชดำเนิน มีขนาดและความน่าสนใจ  ผู้เขียนเห็นว่าหากมีการปรับให้เป็น  “ตลาดจุดหมายปลายทางของประเทศ”  น่าเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งจะได้ใช้เป็นต้นแบบให้ตลาดถนนคนเดินอื่นๆ ได้มีรูปแบบในการพัฒนาตามอย่าง   
                   ความจงรักภักดีในจุดหมายปลายทางและลูกค้าที่จงรักภักดีเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจในธรรมชาติของการมาเยี่ยมเยือนซ้ำ ในตลาดถนนคนเดิน ซึ่งมีวิธีการที่หลากหลาย  แต่ตามรูปแบบที่จะนำเสนอนี้เป็นพฤติกรรมของผู้มาเยี่ยมหรือร่วมงานแบบระยะยาว 
                   1) การกำหนดส่วนของตลาดของผู้มาเยี่ยมเยือนซ้ำบนฐานความจงรักภักดี  ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติ ดังนี้
                    • ทัศนคติที่จงรักภักดีเป็นการผูกพันทางอารมณ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์  ซึ่งไม่สำคัญว่าลูกค้าทำอะไรแต่อยู่ที่ลูกค้ารู้สึกอะไร มีอยู่ 2 ลักษณะคือ จงรักภักดีลักษณะผิด-ถูก แบบระยะยาว
                    • ความจงรักภักดีเป็นตัวแทนทั้งทัศนคติที่สูงและพฤติกรรมที่สูง
                    • ความจงรักภักดีแฝงตัวเป็นความสัมพันธ์กับทัศนคติที่สูงแต่พฤติกรรมจงรักภักดีที่ต่ำ
                    • ความจงรักภักดีที่ถูกกระตุ้นเป็นตัวแทนทัศนคติที่ต่ำและพฤติกรรมจงรักภักดีที่สูง



                       2) วิธีการและข้อมูลในการกำหนดตำแหน่งด้วยโมบายแบบเชิงรับ
                        มีวิธีการหลายวิธีที่จะวิเคราะห์ สถานที่หรือตำแหน่งโทรศัพท์มือถือ (โมบาย) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใช้ SIM Card โดยการเปลี่ยนซิมเมื่อมาถึงสนามบินในแต่ละประเทศ
จะทำให้หน่วยงานหรือผู้จัดงานใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวกำหนดนโยบายการตลาดจุดหมาย ปลายทาง
เช่น เมื่อนักท่องเที่ยวเดินในถนนคนเดิน ณ จุดใด เวลานานหรือมีการกำหนดเช็คอินสถานที่ การถ่ายรูป

                       ทั้งหมดนี้สามารถสรุปให้เห็น  รูปแบบของการตลาดบูรณาการสำหรับการตลาดจุดหมายปลายทางของประเทศได้ 5 ขั้นตอนประกอบด้วย

                        ขั้นที่ 1  การกระตุ้นลูกค้า(Instigate)  ด้วยศิลปะและวัฒนาธรรมของไทย  ล้านนา หรือที่ตะวันตกและเอเชียไม่มี  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และบริการจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงและดึงดูดลูกค้า (นักท่องเที่ยว)

                        ขั้นที่ 2  การผูกพันลูกค้า(Engage)   ลูกค้ามีความตั้งใจและเริ่มต้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นความเฉพาะตรงซึ่งกับความต้องการของลูกค้า (คุณลักษณะผลิตภัณฑ์ ราคา ความสะดวก ฯลฯ) โดยผู้จัดต้องนำส่งสารสนเทศเหล่านี้ไปทุกช่องทางถึงนักท่องเที่ยว

                        ขั้นที่ 3 เปลี่ยน (Convert) เมื่อลูกค้าเข้าสู่ขั้นที่ 3 ก็พร้อมที่จะซื้อหรือใช้บริการ  หน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านนี้ต้องตระเตรียมวิธีการซื้อขาย การชำระเงิน  โดยเฉพาะการสั่งซื้อออนไลน์  ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีโมเดลธุรกิจที่จะอำนวยให้ลูกค้าแต่ละคนพึงพอใจ

                        ขั้นที่ 4  การสนับสนุน (Support) โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ผลิตภัณฑ์หรือบริการ และในเรื่องการส่งพัสดุไปยังบ้านหรือสถานที่ซึ่งลูกค้าต้องการ  หากมี Call Center ก็จะอำนายความสะดวกให้กับลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น

                        ขั้นที่ 5  การรักษา (Retain)  เป็นธรรมดาสำหรับลูกค้า  หากซื้อแล้วกระบวนการทั้งหมดต้องทำให้มั่นใจได้ว่า  ลูกค้าจะไม่ผิดหวังและสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต้องถึงมือลูกค้าแน่นอน

                       ดังนั้นการจัดประสบการณ์ของลูกค้าผ่านตามโมเดลนวัตกรรม 5 ขั้นตอนข้างต้น  จะช่วยผลักดันให้ ตลาดถนนคนเดินมีลูกค้าที่จงรักภักดี และยกระดับขึ้นเป็น “ตลาดจุดหมายปลายทางของประเทศ” ที่จะมีผู้มาเยือนด้วยความจงรักภักดีและทำการมาซ้ำด้วยความถี่ที่มากขึ้น

                                                   ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081





Sunday, January 11, 2015

ความสำเร็จของการทำตลาดอีเวนต์


                 ในแต่ละปีเราจะพบว่าประเทศไทยจะมีการประมาณตัวเลขนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติ  จำนวนเท่านั้นเท่านี้และก็เพิ่มขึ้นทุกปี
ขณะเดียวกันทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัดมีการโปรโมทกิจกรรมหรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากตามเทศกาลหรือวันหยุดประจำชาติ งานกีฬา งานดนตรี ฯลฯ  ตลอดจนการสร้างอีเวนต์ขึ้นมาก็มี
แต่ชัดเจนมีบางงานประสบความสำเร็จ  และมีการลอกเลียนแบบ  บางงานก็ล้มเหลวฯลฯ ทำให้เกิดความสนใจและเกิดข้อสงสัยในกิจกรรมเหล่านี้ อาทิ
                 • มีการใช้หลักวิชาทางการตลาดทั้งในด้าน Destination Marketing, Event Marketing, Sport Marketing, Sponsorship หรือการตลาดในรูปแบบใดบ้างจึงทำให้ประสบความสำเร็จ
                 • ความสำเร็จและล้มเหลวที่เกิดขึ้นในกิจกรรมด้านธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นความสำเร็จที่แต่ละครั้งไม่อาจลอกเลียนแบบกันได้  เพราะหาทฤษฎีและตำราทางการตลาดมาพิสูจน์ได้ยาก
                 • หรือเป็นเพียงการว่าจ้างให้ออแกไนเซอร์ (Organizer) เป็นผู้รับไปดำเนินการให้  กับชุมชน หรือ หน่วยงาน ไม่ได้มีรูปแบบโมเดลทางกลยุทธการตลาดอะไร  แค่เป็นอีเวนต์ครั้งๆ หนึ่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตามในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา  อีเวนต์ (Events) ในชุมชน หรือ องค์กรต่างๆ  มีผลสำเร็จในทางการตลาดและการจัดการท่องเที่ยว  จึงเป็นที่มาให้ได้เกิดความแตกต่างระหว่างคำ “อีเวนต์ (Event)”  “การตลาดอีเวนต์ (Event Marketing)”  และ “การจัดการอีเวนต์ (Event Management)”
                ความหมายของการตลาดอีเวนต์
                ในเริ่มแรกเราเข้าใจได้ว่า  อีเวนต์ เป็น “สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว”  ซึ่งมีทั้งการวางแผนและไม่ได้วางแผน  เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นโดยการวางแผนและไม่วางแผน หากเติมคำว่า “พิเศษ” เข้าไปในอีเวนต์  ดังนั้นอีเวนต์พิเศษ (Special Event) เป็นสิ่งสามารถเข้าใจได้ว่า  เป็นการเกิดขึ้นครั้งเดียวหรือเป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก  อีเวนต์ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยก็จะทำให้เข้าใจได้ในเทอมนี้ ตัวอย่างเช่น การจัดแบ่งประเภทอีเวนต์แบบมิติเดียวใน “ฮอลล์มาร์ค (Hallmark Events) (อีเวนต์แบบดั้งเดิมซึ่งจัดขึ้นในสถานที่อันแน่นอน ตัวอย่างเช่น Pattaya Music Festival Event) และ “เมก้าอีเวนต์ (Mega Events) (ตัวอย่างเช่น The Olympic Games)

               หากพิจารณาตาม International Events Group ได้ให้นิยามการตลาดอีเวนต์ว่าเป็น “กลยุทธการส่งเสริมการตลาดที่เชื่อมโยงระหว่างบริษัทกับอีเวนต์  การเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนการแข่งขันกีฬา  งานเทศกาล ฯลฯ บางครั้งก็ใช้คำเดียวกับการเป็นสปอนเซอร์ (Sponsorship)  แต่ไม่ใช่การเป็นสปอนเซอร์ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับอีเวนต์”
                การตลาดอีเวนต์เป็นการรวมคนรอบๆ อีเวนต์ซึ่งสามารถเป็นทุกๆ สิ่งจากการเกิดขึ้นขนาดเล็กๆของกลุ่มคน  หรือเป็นการเข้าร่วมของคนเป็นจำนวนพันๆ
กลุ่มเป้าหมายอาจเป็นลูกค้าโดยตรง  ตัวแทนธุรกิจหรือพนักงานภายในบริษัท  อีเวนต์สามารถเป็นได้ทุกๆ สิ่งตั้งแต่การเปิดตัว  การนำสินค้า/ผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด  การนำเสนอผลิตภัณฑ์และการเป็นสปอนเซอร์
               การจัดแบ่งประเภทของอีเวนต์
การจัดแบ่งประเภทอีเวนต์ในแบบหลากมิติ  สามารถใช้การจัดแบ่งประเภทตาม “กลุ่มเป้าหมาย (Target Group)”  “แนวคิดของงาน (Concept)” และ “ลำดับชั้นของอีเวนต์ (Staging of the Event)” ดังรูป
                                                             
                                                        รูปที่ 1 การจัดประเภทของอีเวนต์
                             


              ในกลุ่มแรกมุ่งความแตกต่างของอีเวนต์ในลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย  ซึ่งพบโดยทั่วไปในการทบทวนวรรณกรรม เช่น ความแตกต่างระหว่างอีเวนต์สาธารณะ (บริษัท-ภายนอก)และอีเวนต์องค์กร (บริษัท-ภายใน)  โดยใช้อีเวนต์นิทรรศการ (รูปแบบผสม) ตัวอย่างเช่น นิทรรศการและเทรดแฟร์ 

             อีกลักษณะสามารถจัดอีเวนต์ในกลุ่มที่สอง  เน้นที่งาน (Work-oriented) และเน้นกิจกรรมสบายๆ (Leisure-oriented) หรืออาศัยวิธีในลำดับขั้นของอีเวนต์  โดยใช้อีเวนต์สาระบันเทิง (Infotainment=information +entertainment) ที่จัดลักษณะอีเวนต์ในระหว่างทั้ง 2 ลักษณะ

             กลุ่มประเภทที่ 3 อ้างอิงโดยขึ้นอยู่กับแนวคิดของอีเวนต์เป็นหลัก (Concept of the event)
ดังเช่นที่นักการตลาดมักถามเพื่อหาว่า  การตลาดอีเวนต์สามารถเป็นการนำเสนอแบรนด์หรือโอกาส  หรือทั้ง 2 ลักษณะ  ดังนั้นกิจกรรมของอีเวนต์ที่เชื่อมโยงทั้งการวางแผนและการควบคุมอีเวนต์เป็นการ
สรุปโดยทั้งๆ ไปภายใต้เทอมของคำว่า “การตลาดอีเวนต์” หรือ “การจัดการอีเวนต์”

             โดยสรุปการตลาดอีเวนต์ (Event Marketing) เป็นการใช้พื้นฐานของทฤษฎีการตลาดสำหรับการจัดอีเวนต์ เช่น การจูงใจผู้เยี่ยมชมและการรับรู้หรือสิ่งที่มีผลต่อภาพลักษณ์  ขณะที่การจัดการอีเวนต์ (Event Management) เป็นไปในทางตรงกันข้าม มุ่งต่อการถามในเรื่องการวางแผนโดยเฉพาะสนใจปริมาณ ลักษณะส่วนบุคคล และการจัดการความเสี่ยงสำหรับอีเวนต์

               ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนผสมทางการตลาดกับการตลาดอีเวนต์
              ผู้บริหารธุรกิจและนักการตลาดส่วนใหญ่เข้าใจดีอยู่แล้วเกี่ยวกับส่วนผสมทางการตลาดหรือ The 4Ps of Marketing (Product, Price, Place, Promotion) ความสำเร็จในการใช้การตลาดอีเวนต์  นักการตลาดต้องเข้าใจความสอดคล้องระหว่างการตลาดอีเวนต์กับส่วนต่างๆ ของกลยุทธการตลาด

              การตลาดอีเวนต์สอดคล้องภายใต้การส่งเสริมการขายในส่วนผสมการตลาด  เครื่องมือการตลาดอื่นๆ ที่ใช้ในส่วนนี้ เช่น การโฆษณา  การส่งเสริมการขาย  การขายโดยพนักงาน  การขายตรง  ประชาสัมพันธ์และการเป็นสปอนเซอร์  การตลาดอีเวนต์ไม่ได้แทนองค์ประกอบอื่นๆที่กล่าวมา  แต่เป็นสิ่งช่วยให้กลยุทธการตลาดประสบความสำเร็จ
  
                                   รูปที่ ส่วนผสมทางการตลาด
                   


                 การตลาด “ถนนคนเดิน (Walking Street Marketing)”  กับการตลาดอีเวนต์

                สิ่งที่น่าสนใจในทางการตลาดคือ  การตลาดถนนคนเดิน  ซึ่งในประเทศไทยมีพัฒนาการเริ่มแรกเมื่อปี 2544 จากถนนคนเดินที่ถนนสีลม ซึ่งจัดขึ้นในกิจกรรมสาธิตเรื่องการประหยัดพลังงาน ลดมลพิษและส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้วมีการพัฒนาไปทั่วประเทศไทย  เป็นตลาดนัดถนนคนเดิน (Walking Street Market)
                ความสำเร็จของตลาดนัดถนนคนเดินนั้นใช้หลักการตลาดอะไร  มีองค์ประกอบหรือปัจจัยอะไรซึ่งมีอิทธิพลต่อการดึงดูดคนหรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวให้มาเดินเที่ยวหรือ ใช้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริงหรือไม่
ประเด็นต่อไปนี้ ชวนให้ขบคิดและพัฒนาด้านองค์ความรู้ที่เป็น การตลาดถนนคนเดินในบริบทของประเทศไทยอย่างยิ่ง อาทิ 
                กลยุทธการตลาดที่ใช้ใน ”ตลาดนัดถนนคนเดิน”  น่าจะมีหลายแนวคิด เช่น
                     • การตลาดอีเวนต์ (Event Marketing)
                     • การตลาดจุดหมายปลายทาง (Destination Marketing)
                     • หรือเป็นแค่การจัดการอีเวนต์ (Event Management) หรืองานเทศกาล (Festival) ประจำปีหรือตามช่วงวันสำคัญ
                สามารถพัฒนาเป็นโมเดลการตลาดถนนคนเดิน ที่บูรณาการระหว่าง ส่วนผสมการตลาดกับ BCG Matrix ได้หรือไม่  หรือ พัฒนาให้เป็น การตลาดจุดหมายปลายทางได้ด้วยองค์ประกอบของปัจจัยอะไรบ้าง สำหรับประเทศไทย  คงต้องมาวิเคราะห์กันถึงตลาดนัดถนนคนเดินที่ติดตลาด เช่น ถนนคนเดินเชียงใหม่  ถนนคนเดินชายโขงเชียงคาน  ถนนคนเดินนาเกลือ พัทยา ฯลฯ  พบกันในตอนต่อไปครับ

                                                   ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081

Thursday, December 11, 2014

ไปนำประชุมและทบทวน "แผนพัฒนาจังหวัดตรัง"



        การไปบรรยายและนำประชุมการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดตรัง (พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑) และแผนปฎิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ห้องประชุมพระยารัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง 
        ผุู้เขียนได้รับการประสานงานให้ไปช่วยในการ ทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดตรัง ฯ โดย  อจ.ธนาธิป  บุณยรัตน์  มสด. ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ตรัง (ในวันที่ 4 ธ.ค.57)

       เช้า รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวเปิด และนำสิ่งที่ผู้ว่าฯ ฝากมาให้ถึง คณะทำงานยุทธศาสตร์จังหวัด ว่ามีเรื่องสำคัญอะไรที่ควรเพิ่มในการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด
      หลังจากนั้น หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สน.จังหวัดตรัง ได้สรุปว่าทำอะไรมาบ้างและต้องทำอะไรต่อ กำหนดการที่ต้องส่ง กนจ.  แล้วที่เหลือ ขอให้ผู้เขียน (ดร.ดนัย เทียนพุฒ) ช่วยดำเนินการให้ความรู้ และประชุมกลุ่มในช่วงบ่าย 
       
           


                             

     

             ผุู้เขียนเปิดฉากด้วย แนวคิดของแผนพัฒนาจังหวัด ที่ต้องสอดคล้องเชื่อมโยง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใน 4 เป้าหมายรวม คือ การเพิ่มรายได้จากฐานเดิม   การสร้างรายได้จากโอกาสใหม่ การลดรายจ่าย และการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน
             และมี 4 ยุทธศาสตร์ คือ
               -ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Growth & Competitiveness)
               -ยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำ (Inclusive Growth)
               -ยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Growth)
               -ยุทธศาสตร์การสร้างความสมดุลและปรับระบบบริหารจัดการภาครัฐ (Internal Process)

              แผนบริหารราชการแผ่นดิน เป็นเรื่องแผนปฎิบัติราชการ 4 ปี ของแต่ละ กระทรวง/กรม
ที่มีเข้ามาใหม่ เมื่อมีรัฐบาลใหม่ คือ นโยบายรัฐบาล 11 ข้อ
             และการบูรณาการทั้งหมด เพื่อไปสู่การปฎิบัติ ทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ





         เรื่องการบูรณาการทั้งหมด โดย มีวิสัยทัศน์  เป้าประสงค์รวม ประเด็นยุทธศาสตร์ 
และคิดยุทธศาสตร์เป็น คลัสเตอร์ และการลงสู่การปฎิบัติ ด้วย จะมียุทธศาสตร์ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อย่างไร ค่อยแปลไปสู่ แผนงานโครงการ พร้อมทั้งนำแนวคิดของสภาพัฒน์มาใช้ (ตามรูป) ที่มีจังหวัดเป็นจุดประสานทั้งบนและล่าง




         ผู้เขียนมีข้อสังเกต ว่า แผนพัฒนาจังหวัดที่ทบทวนมา ค่อนข้างเป็นเชิงรับ ไม่ใช่เชิงรุก
         พร้อมกับสร้างความท้าทาย  ยุทธศาสตร์จังหวัดตรัง จะไปทางไหน ไปอย่างไร มีอะไรสนับสนุน และวัดความสำเร็จอย่างไร
        เสนอให้มอง SWOT ใหม่ด้วย Scenarios ในอนาคต อีก 5ปี 10 ปี ข้างหน้าแบบ ดีและเลวร้าย  Digital Economy  และคิดเรื่องBusiness Model  พร้อมกับการวัดการเติบโตและแข่งขันของสภาพัฒน์  ใน 4 ด้านตามกราฟข้างล่างตามยุทธศาสตร์ 4 ด้านที่กล่าวมาข้างต้น







           สุดท้ายในก่อนจบภาคเช้า เสนอแนวคิดใหม่ "Strategies for City Markets" สังเคราะห์มาจากของ Kotler "Winning Global Market" (2014)  ในการทำตลาดเมือง จะมีปัจจัยทางกลยุทธอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา และ ปัจจัยการดึงดูดนักลงทุน ทั้ง  Hard & Soft Attraction Factors
                                                 

         เป็นประสบการณ์ของผู้เขียน ทั้งการทำกลยุทธในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และการศึกษาดูงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ของเมืองต่าง ๆ  สกัดเป็นองค์ความรู้ออกมาให้กับการทบทวน "แผนการพัฒนาจังหวัดตรัง"  
         ท้าทายคิดเชิงกลยุทธ (Straetgic Thinking) และ ศิลปะของการใช้กลยุทธ (The Art of Strategy)  
         ในช่วงบ่าย สนุกมากครับ คือ การทบทวนวิสัยทัศน์จังหวัด ว่า จะใช้อย่างเดิม "ตรังเมืองแห่งความสุข" ซึ่งวัดยาก แล้ววิสัยทัศน์ใหม์ น่าจะเป็นอะไร  เราจบกันได้ใน 3 ชั่วโมงแบบมติเอกฉันท์  (มาเล่าต่อคราวหน้าครับ) 
         : บันทึก 11 ธ.ค.57 



ดร.ดนัย เทียนพุฒ
นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ
กรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลผู้บริหารระดับกลาง
สถาบันพระปกเกล้า
โทร 0818338505  
email: drdanait@gmail.com
Line ID: thailand081